🌾 ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105
| วันที่ | ต่ำสุด | เฉลี่ย | สูงสุด | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 7 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | - |
| 6 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | - |
| 5 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | - |
| 4 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | ประมาณ |
| 3 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | ประมาณ |
| 2 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,258.33 | 18,750.00 | ประมาณ |
| 1 พ.ค. 2569 | 15,400.00 | 17,060.00 | 18,500.00 | - |
| 30 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,166.67 | 18,500.00 | - |
| 29 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,138.33 | 18,330.00 | - |
| 28 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,138.33 | 18,330.00 | - |
| 27 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,138.33 | 18,330.00 | - |
| 26 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,138.33 | 18,330.00 | ประมาณ |
| 25 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,138.33 | 18,330.00 | ประมาณ |
| 24 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | - |
| 23 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | - |
| 22 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | - |
| 21 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | - |
| 20 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | - |
| 19 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | ประมาณ |
| 18 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 17,000.00 | 18,000.00 | ประมาณ |
| 17 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | - |
| 16 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | - |
| 15 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | ประมาณ |
| 14 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | ประมาณ |
| 13 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | ประมาณ |
| 12 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | ประมาณ |
| 11 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | ประมาณ |
| 10 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | - |
| 9 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | - |
| 8 เม.ย. 2569 | 15,400.00 | 16,986.00 | 17,916.00 | - |
ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศไทย ทั้งในแง่พื้นที่เพาะปลูกและจำนวนเกษตรกร ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากลว่าเป็นข้าวคุณภาพสูง
การซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศไทยมีหน่วยเป็นบาทต่อตัน โดยราคาจะแตกต่างกันตามพันธุ์ข้าว ความชื้น และคุณภาพ ข้าวหอมมะลิมีราคาสูงที่สุด รองลงมาคือข้าวเจ้าพันธุ์ กข. และข้าวเหนียว การทำนาในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ฤดู คือ นาปี (ฤดูฝน) และนาปรัง (ฤดูแล้งด้วยระบบชลประทาน)
ราคาข้าวเปลือกขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทานทั้งในและต่างประเทศ นโยบายรัฐบาล ราคาตลาดโลก และคุณภาพข้าว เกษตรกรควรตากข้าวให้ความชื้นต่ำกว่า 15% ก่อนขาย เพื่อไม่ถูกหักราคา
ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เป็นฤดูเก็บเกี่ยวนาปี ข้าวออกสู่ตลาดมาก ราคามักต่ำที่สุดในรอบปี ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนเป็นฤดูเก็บเกี่ยวนาปรัง ราคาอาจปรับลดลงอีกครั้ง ช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมเป็นช่วงรอผลผลิตใหม่ ข้าวในตลาดมีน้อย ราคามักปรับตัวสูงขึ้น
ราคาข้าวเปลือกอัปเดตทุกวันที่ด้านบนของหน้านี้ โดยเป็นราคาเฉลี่ยจากโรงสีทั่วประเทศ ราคาจะแตกต่างกันตามพันธุ์ ความชื้น และพื้นที่
ข้าวหอมมะลิ 105 มีราคาสูงกว่าข้าวเจ้าทั่วไปประมาณ 3,000-5,000 บาท/ตัน เพราะเป็นข้าวคุณภาพสูง มีกลิ่นหอม และปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง
มาตรฐานรับซื้อคือความชื้นไม่เกิน 15% หากเกินจะถูกหักราคาประมาณ 100-200 บาท/ตัน ต่อความชื้นที่เกิน 1% ข้าวที่ความชื้นเกิน 25% โรงสีหลายแห่งไม่รับซื้อ
ข้าวนาปีปลูกในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-พฤศจิกายน) ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ปลูกได้ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวเจ้า ส่วนข้าวนาปรังปลูกในช่วงฤดูแล้ง (ธันวาคม-เมษายน) ต้องใช้ระบบชลประทาน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ กข.
* ราคาเป็นราคาประมาณการอ้างอิงจากลานรับซื้อในพื้นที่
ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามคุณภาพผลผลิตและลานรับซื้อ