ราคาข้าววันนี้

🌾 ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105

ราคารับซื้อวันนี้
ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105
17,258.33 บาท/ตัน
ช่วงราคา: 15,400.00 - 18,750.00 บาท
อัปเดต: 7 พ.ค. 2569 0.00

🧮 คำนวณรายได้

ตัน
⚡ เลือกน้ำหนักด่วน
รายได้โดยประมาณ
0 บาท
0 × 0 บาท

📈 ราคาย้อนหลัง 7 วัน

17,060.00
ต่ำสุด
17,230.00
เฉลี่ย
17,258.33
สูงสุด
ราคาจริง ราคาโดยประมาณ

📋 ราคาย้อนหลัง 30 วัน

วันที่ ต่ำสุด เฉลี่ย สูงสุด หมายเหตุ
7 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 -
6 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 -
5 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 -
4 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 ประมาณ
3 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 ประมาณ
2 พ.ค. 2569 15,400.00 17,258.33 18,750.00 ประมาณ
1 พ.ค. 2569 15,400.00 17,060.00 18,500.00 -
30 เม.ย. 2569 15,400.00 17,166.67 18,500.00 -
29 เม.ย. 2569 15,400.00 17,138.33 18,330.00 -
28 เม.ย. 2569 15,400.00 17,138.33 18,330.00 -
27 เม.ย. 2569 15,400.00 17,138.33 18,330.00 -
26 เม.ย. 2569 15,400.00 17,138.33 18,330.00 ประมาณ
25 เม.ย. 2569 15,400.00 17,138.33 18,330.00 ประมาณ
24 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 -
23 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 -
22 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 -
21 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 -
20 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 -
19 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 ประมาณ
18 เม.ย. 2569 15,400.00 17,000.00 18,000.00 ประมาณ
17 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 -
16 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 -
15 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 ประมาณ
14 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 ประมาณ
13 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 ประมาณ
12 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 ประมาณ
11 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 ประมาณ
10 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 -
9 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 -
8 เม.ย. 2569 15,400.00 16,986.00 17,916.00 -

📍 ราคาข้าวตามจังหวัด

กาญจนบุรี (13 อำเภอ) กาฬสินธุ์ (18 อำเภอ) ขอนแก่น (26 อำเภอ) ฉะเชิงเทรา (11 อำเภอ) ชัยนาท (8 อำเภอ) ชัยภูมิ (16 อำเภอ) นครนายก (4 อำเภอ) นครปฐม (7 อำเภอ) นครพนม (12 อำเภอ) นครราชสีมา (32 อำเภอ) นครสวรรค์ (15 อำเภอ) บึงกาฬ (8 อำเภอ) บุรีรัมย์ (23 อำเภอ) ปทุมธานี (7 อำเภอ) พระนครศรีอยุธยา (16 อำเภอ) พิจิตร (12 อำเภอ) พิษณุโลก (9 อำเภอ) มหาสารคาม (13 อำเภอ) มุกดาหาร (7 อำเภอ) ยโสธร (9 อำเภอ) ราชบุรี (10 อำเภอ) ร้อยเอ็ด (20 อำเภอ) ลพบุรี (11 อำเภอ) ศรีสะเกษ (22 อำเภอ) สกลนคร (18 อำเภอ) สระบุรี (13 อำเภอ) สิงห์บุรี (6 อำเภอ) สุพรรณบุรี (10 อำเภอ) สุรินทร์ (17 อำเภอ) หนองคาย (9 อำเภอ) หนองบัวลำภู (6 อำเภอ) อำนาจเจริญ (7 อำเภอ) อุดรธานี (20 อำเภอ) อุบลราชธานี (25 อำเภอ) อ่างทอง (7 อำเภอ) เพชรบุรี (8 อำเภอ) เลย (14 อำเภอ)

เกี่ยวกับข้าว

ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของประเทศไทย ทั้งในแง่พื้นที่เพาะปลูกและจำนวนเกษตรกร ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ 105 ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสากลว่าเป็นข้าวคุณภาพสูง

การซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศไทยมีหน่วยเป็นบาทต่อตัน โดยราคาจะแตกต่างกันตามพันธุ์ข้าว ความชื้น และคุณภาพ ข้าวหอมมะลิมีราคาสูงที่สุด รองลงมาคือข้าวเจ้าพันธุ์ กข. และข้าวเหนียว การทำนาในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ฤดู คือ นาปี (ฤดูฝน) และนาปรัง (ฤดูแล้งด้วยระบบชลประทาน)

ราคาข้าวเปลือกขึ้นอยู่กับอุปสงค์-อุปทานทั้งในและต่างประเทศ นโยบายรัฐบาล ราคาตลาดโลก และคุณภาพข้าว เกษตรกรควรตากข้าวให้ความชื้นต่ำกว่า 15% ก่อนขาย เพื่อไม่ถูกหักราคา

เกรดคุณภาพข้าว

ข้าวหอมมะลิ 105 ความชื้น ≤15%
ราคาสูงสุด เมล็ดยาวเรียว มีกลิ่นหอม ปลูกได้เฉพาะนาปี (ข้าวไวแสง) พื้นที่ปลูกหลักคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ข้าวเจ้า กข.15 / กข.41 ความชื้น ≤15%
ราคาปานกลาง เป็นข้าวไม่ไวแสง ปลูกได้ทั้งนาปีและนาปรัง ให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าข้าวหอมมะลิ
ข้าวเปลือกความชื้นเกิน 15%
ถูกหักราคาตามเปอร์เซ็นต์ความชื้น โดยทั่วไปหักประมาณ 100-200 บาท/ตัน ต่อความชื้นที่เกินแต่ละเปอร์เซ็นต์

เคล็ดลับการขายข้าวให้ได้ราคาดี

  • ตากข้าวให้ความชื้นต่ำกว่า 15% ก่อนนำไปขาย เพื่อไม่ถูกหักราคาจากความชื้น
  • คัดแยกสิ่งเจือปน (ข้าวลีบ หญ้า ดิน) ออกก่อนขาย จะช่วยเพิ่มราคา 100-300 บาท/ตัน
  • เปรียบเทียบราคาระหว่างโรงสีและตลาดกลาง บางครั้งตลาดกลางให้ราคาดีกว่า
  • หากมีที่เก็บรักษา อาจรอขายในช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว ราคามักสูงกว่าช่วงเก็บเกี่ยว 500-1,500 บาท/ตัน

แนวโน้มราคาข้าวตามฤดูกาล

ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เป็นฤดูเก็บเกี่ยวนาปี ข้าวออกสู่ตลาดมาก ราคามักต่ำที่สุดในรอบปี ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนเป็นฤดูเก็บเกี่ยวนาปรัง ราคาอาจปรับลดลงอีกครั้ง ช่วงเดือนกรกฎาคม-ตุลาคมเป็นช่วงรอผลผลิตใหม่ ข้าวในตลาดมีน้อย ราคามักปรับตัวสูงขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาข้าว

  • ราคาตลาดส่งออก โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากจีน แอฟริกา และตะวันออกกลาง
  • ปริมาณผลผลิตข้าวในประเทศ ทั้งนาปีและนาปรัง
  • นโยบายรัฐบาล เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกร หรือจำนำข้าว
  • ผลผลิตข้าวของประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนาม อินเดีย และเมียนมา
  • ค่าเงินบาท ราคาข้าวส่งออกคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้าว

ข้าวเปลือกราคาเท่าไหร่วันนี้?

ราคาข้าวเปลือกอัปเดตทุกวันที่ด้านบนของหน้านี้ โดยเป็นราคาเฉลี่ยจากโรงสีทั่วประเทศ ราคาจะแตกต่างกันตามพันธุ์ ความชื้น และพื้นที่

ข้าวหอมมะลิราคาต่างจากข้าวเจ้ายังไง?

ข้าวหอมมะลิ 105 มีราคาสูงกว่าข้าวเจ้าทั่วไปประมาณ 3,000-5,000 บาท/ตัน เพราะเป็นข้าวคุณภาพสูง มีกลิ่นหอม และปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง

ความชื้นข้าวมีผลต่อราคายังไง?

มาตรฐานรับซื้อคือความชื้นไม่เกิน 15% หากเกินจะถูกหักราคาประมาณ 100-200 บาท/ตัน ต่อความชื้นที่เกิน 1% ข้าวที่ความชื้นเกิน 25% โรงสีหลายแห่งไม่รับซื้อ

ข้าวนาปีกับนาปรังต่างกันยังไง?

ข้าวนาปีปลูกในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-พฤศจิกายน) ใช้น้ำฝนเป็นหลัก ปลูกได้ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวเจ้า ส่วนข้าวนาปรังปลูกในช่วงฤดูแล้ง (ธันวาคม-เมษายน) ต้องใช้ระบบชลประทาน ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ กข.

ชนิด ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105
หน่วย บาท/ตัน
แหล่งข้อมูล สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

* ราคาเป็นราคาประมาณการอ้างอิงจากลานรับซื้อในพื้นที่
ราคาจริงอาจแตกต่างกันตามคุณภาพผลผลิตและลานรับซื้อ